หมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อมโยงถึงบุคคลเป็นข้อมูลส่วนบุคคล การนำมาใช้ส่ง SMS จึงควรกำหนดวัตถุประสงค์ ฐานการประมวลผล ผู้เข้าถึง และระยะเวลาเก็บข้อมูลให้ชัด ไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า มีเบอร์อยู่แล้วส่งได้หรือไม่ เพียงอย่างเดียว
แยกข้อความบริการออกจากข้อความการตลาด บันทึกที่มาของข้อมูลและวัตถุประสงค์ ใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น และมีช่องทางให้ผู้รับใช้สิทธิหรือยกเลิกได้อย่างเหมาะสม
เริ่มจากวัตถุประสงค์ ไม่ใช่จากรายชื่อที่มี
ทีมควรระบุว่าข้อความนั้นจำเป็นต่อการให้บริการ แจ้งสถานะ ยืนยันตัวตน หรือเป็นการเสนอขาย เพราะวัตถุประสงค์มีผลต่อเนื้อหา กลุ่มผู้รับ ฐานการประมวลผล และความคาดหวังของเจ้าของข้อมูล
- ✓ระบุแหล่งที่มาของหมายเลขและวันที่เก็บ
- ✓กำหนดวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้กับเจ้าของข้อมูล
- ✓ตรวจว่าการนำรายชื่อจากพาร์ตเนอร์มาใช้ครอบคลุมวัตถุประสงค์หรือไม่
- ✓ไม่รวมฐานลูกค้าทั้งหมดเข้ากับทุกแคมเปญโดยอัตโนมัติ
แยก Transactional SMS และ Marketing SMS
ข้อความยืนยันคำสั่งซื้อ นัดหมาย หรือแจ้งสถานะมีบริบทต่างจากโปรโมชัน การแยก Template, Sender Name, รายชื่อ และ Log ช่วยลดความเสี่ยงที่ข้อมูลจะถูกนำไปใช้เกินวัตถุประสงค์
สร้าง Consent และ Opt-out ที่ตรวจสอบได้
หากอาศัยความยินยอม คำขอต้องชัด แยกจากเงื่อนไขอื่น และถอนง่ายพอๆ กับตอนให้ความยินยอม ไม่ว่าธุรกิจใช้ฐานใด ก็ควรมีวิธีรับคำขอคัดค้านหรือยกเลิกการสื่อสาร และทำให้ Suppression List มีผลกับทุกระบบที่เกี่ยวข้อง
- ✓เก็บ Timestamp ช่องทาง และข้อความที่ใช้ขอความยินยอม
- ✓บันทึกเวอร์ชันของ Privacy Notice
- ✓ทำ Opt-out ให้เข้าใจง่ายและไม่ซ่อนอยู่ในขั้นตอนยาว
- ✓หยุดส่งกับหมายเลขที่ยกเลิกในทุกแคมเปญที่เกี่ยวข้อง
- ✓จำกัดสิทธิการ Export และการดาวน์โหลดฐานข้อมูล
ทบทวนผู้ให้บริการและการเก็บข้อมูล
กำหนดบทบาทระหว่างธุรกิจกับผู้ให้บริการ SMS ตรวจข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย ผู้รับช่วงประมวลผล ระยะเวลาจัดเก็บ และขั้นตอนเมื่อเกิดเหตุละเมิดข้อมูล บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายสำหรับกรณีเฉพาะ
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติม
หลักเกณฑ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบประกาศล่าสุดและปรึกษาทีมที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้งานจริง
Personalized และ Bulk SMS
เลือกกลุ่มผู้รับจากข้อมูลที่เหมาะสม แยกวัตถุประสงค์ และตรวจข้อความก่อนเริ่มแคมเปญ
